Triple TSจัดหาสินค้า ในประเทศและนำเข้า ขอใบเสนอราคา
หน้าแรก › Landed Cost คืออะไร
ความรู้เรื่องการนำเข้า

Landed Cost คืออะไร คำนวณต้นทุนนำเข้าให้ครบทุกก้อน

ราคาที่ผู้ขายต่างประเทศเสนอมาไม่ใช่ต้นทุนจริงของคุณ กว่าของจะถึงคลัง ยังมีอีกอย่างน้อยห้าก้อนที่ต้องจ่าย บทความนี้อธิบายว่ามีอะไรบ้าง คำนวณจากฐานไหน และคนคำนวณพลาดตรงไหนบ่อยที่สุด

เผยแพร่ 30 สิงหาคม 2569 · โดย Triple TS

Landed Cost คืออะไร

Landed Cost คือต้นทุนรวมทั้งหมดของสินค้านำเข้าเมื่อของมาถึงคลังของคุณจริง ไม่ใช่ราคาที่ผู้ขายเสนอมาในใบ quotation

ผู้ประกอบการจำนวนมากเปรียบเทียบซัพพลายเออร์ด้วยราคาต่อหน่วยหน้าโรงงานอย่างเดียว แล้วพบทีหลังว่าเจ้าที่ราคาถูกกว่ากลับแพงกว่าเมื่อของถึงมือ เพราะน้ำหนักมากกว่า พิกัดศุลกากรต่างกัน หรืออยู่ในประเทศที่ไม่มีสิทธิลดอากร

หลักคิดง่าย ๆ ถ้าคุณเปรียบเทียบสองเจ้าโดยไม่ได้แปลงเป็นต้นทุนต่อหน่วยถึงคลังก่อน คุณยังไม่ได้เปรียบเทียบอะไรเลย

ต้นทุนหกก้อนที่ต้องนับ

ก้อนต้นทุนรายละเอียด
1. ราคาสินค้าราคาต่อหน่วยคูณจำนวน คูณอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ชำระจริง ไม่ใช่วันที่เสนอราคา
2. ค่าขนส่งระหว่างประเทศค่าระวางเรือหรือเครื่องบิน ค่าเอกสาร ค่าธรรมเนียมท่าเรือต้นทาง
3. ค่าประกันภัยประกันสินค้าระหว่างขนส่ง เป็นส่วนหนึ่งของฐานคำนวณอากร
4. อากรขาเข้าคำนวณจากราคา CIF ตามพิกัดศุลกากรของสินค้านั้น
5. ภาษีมูลค่าเพิ่มคำนวณจาก CIF บวกอากร และบวกภาษีสรรพสามิตถ้ามี
6. ค่าดำเนินการในประเทศค่าพิธีการศุลกากร ค่าตัวแทนออกของ ค่าเปิดตู้ ค่ายกของ ค่าขนส่งถึงคลัง

ก้อนที่คนลืมบ่อยที่สุดคือก้อนที่ 6 เพราะไม่ปรากฏในใบเสนอราคาของใครเลย แต่เกิดขึ้นจริงทุกครั้ง

สูตรคำนวณและลำดับการคิด

ลำดับสำคัญมาก เพราะภาษีแต่ละตัวคิดซ้อนกันเป็นชั้น

CIF = ราคาสินค้า + ค่าขนส่งระหว่างประเทศ + ค่าประกันภัย
อากร = CIF × อัตราอากรตามพิกัดศุลกากร
VAT = (CIF + อากร + ภาษีสรรพสามิตถ้ามี) × 7%
รวม = CIF + อากร + VAT + ค่าดำเนินการในประเทศ
ต่อหน่วย = รวม ÷ จำนวนหน่วย

จุดที่คนพลาดมากที่สุด คิดอากรจากราคาสินค้าอย่างเดียว ทั้งที่ต้องคิดจาก CIF ซึ่งรวมค่าขนส่งและประกันเข้าไปแล้ว ยิ่งของหนักหรือค่าระวางแพง ส่วนต่างตรงนี้ยิ่งบานปลาย

ตัวอย่างการคำนวณ

ตัวเลขข้างล่างเป็นตัวเลขสมมติเพื่อสาธิตวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่อัตราอากรหรืออัตราแลกเปลี่ยนจริง อัตราอากรจริงต้องดูตามพิกัดศุลกากรของสินค้าแต่ละรายการ

สมมติสั่งสินค้า 1,000 ชิ้น ราคาหน่วยละ 1.20 หน่วยเงินต่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยน 33 บาท ค่าขนส่งและประกันทั้งลอต 25,000 บาท อัตราอากรสมมติ 5% ค่าพิธีการและขนส่งในประเทศ 12,000 บาท

รายการจำนวนเงิน (บาท)สัดส่วน
ราคาสินค้า 1,000 × 1.20 × 3339,60046.8%
ค่าขนส่ง + ประกัน25,00029.6%
อากรขาเข้า 5% ของ CIF 64,6003,2303.8%
VAT 7% ของ 67,8304,7485.6%
ค่าพิธีการ + ขนส่งในประเทศ12,00014.2%
รวมทั้งลอต84,578100.0%
ต้นทุนต่อหน่วยถึงคลัง84.58

สังเกตว่าราคาสินค้าคิดเป็นเพียง 47% ของต้นทุนทั้งหมด ถ้าคุณเปรียบเทียบซัพพลายเออร์ด้วยตัวเลข 39.60 บาทต่อชิ้น คุณกำลังมองข้ามอีก 53% ของต้นทุนจริง

อ่านต่อเรื่อง Incoterms ทั้ง 11 เทอม ใครจ่ายค่าอะไร

ลองใส่ตัวเลขของคุณเองในเครื่องคำนวณต้นทุนนำเข้า คำนวณในเบราว์เซอร์ ไม่ส่งข้อมูลออกไปไหน

Incoterms เปลี่ยนต้นทุนอย่างไร

Incoterms คือข้อตกลงว่าใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงถึงจุดไหน การเปลี่ยนเทอมเพียงตัวเดียวเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนทั้งก้อน

เทอมผู้ขายรับผิดชอบถึงไหน
EXWแค่เตรียมของไว้ที่โรงงาน ผู้ซื้อจ่ายทุกอย่างตั้งแต่ยกของขึ้นรถ ราคาดูถูกที่สุดแต่ต้นทุนจริงสูงสุด
FOBส่งของขึ้นเรือที่ท่าต้นทาง ผู้ซื้อรับผิดชอบค่าระวางและประกันต่อจากนั้น เป็นเทอมที่ใช้กันมากที่สุด
CIFผู้ขายจ่ายค่าระวางและประกันถึงท่าปลายทาง ผู้ซื้อรับผิดชอบพิธีการและขนส่งในประเทศ
DDPผู้ขายจ่ายทุกอย่างรวมภาษีอากรจนถึงหน้าคลังผู้ซื้อ ราคาดูแพงที่สุดแต่ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน

ดูรายละเอียดทั้ง 11 เทอม พร้อมจุดที่ความเสี่ยงเปลี่ยนมือ

เวลาเปรียบเทียบใบเสนอราคา ต้องดูว่าเทอมเดียวกันหรือไม่ก่อน ราคา EXW กับ DDP เอามาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะขอบเขตความรับผิดชอบต่างกันคนละเรื่อง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  1. คิดอากรจากราคาสินค้าแทนที่จะเป็น CIF ทำให้ประเมินภาษีต่ำกว่าจริง โดยเฉพาะของหนักที่ค่าระวางสูง
  2. ใช้อัตราแลกเปลี่ยนวันที่เสนอราคา แต่จ่ายเงินจริงอีกหลายสัปดาห์ให้หลัง ค่าเงินขยับไปแล้ว
  3. ลืมค่าดำเนินการในประเทศ ค่าพิธีการ ค่าตัวแทนออกของ ค่ายกของ ค่าขนส่งถึงคลัง ไม่มีอยู่ในใบเสนอราคาของใครเลย
  4. ไม่ตรวจพิกัดศุลกากรก่อนสั่ง สินค้าคล้ายกันอาจอยู่คนละพิกัดและอัตราอากรต่างกันมาก ควรตรวจก่อนตัดสินใจ
  5. ไม่ได้ขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า สินค้าจากประเทศที่มีความตกลงการค้าเสรีกับไทยอาจได้อัตราอากรพิเศษ แต่ต้องมีเอกสารถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง ขอย้อนหลังไม่ได้
  6. ลืมนับของเสียและของขาด ถ้ารับได้ว่ามีของเสียบางส่วน ต้นทุนต่อหน่วยที่ใช้ได้จริงจะสูงกว่าที่คำนวณไว้
  7. ไม่นับต้นทุนเงินทุน เงินที่จมไปกับการวางมัดจำและรอของหลายสัปดาห์ก็เป็นต้นทุน โดยเฉพาะเมื่อสั่งลอตใหญ่

คำถามที่พบบ่อย

Landed Cost คืออะไร

ต้นทุนรวมทั้งหมดของสินค้านำเข้าเมื่อของมาถึงคลังของผู้ซื้อจริง ประกอบด้วยราคาสินค้า ค่าขนส่งระหว่างประเทศ ค่าประกันภัย อากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าพิธีการศุลกากร และค่าขนส่งในประเทศ

อากรขาเข้าคำนวณจากฐานอะไร

คำนวณจากราคา CIF คือราคาสินค้าบวกค่าขนส่งระหว่างประเทศบวกค่าประกันภัย ไม่ใช่คำนวณจากราคาสินค้าอย่างเดียว

VAT นำเข้าคำนวณจากฐานอะไร

คำนวณจากราคา CIF บวกอากรขาเข้า และบวกภาษีสรรพสามิตหากสินค้านั้นต้องเสีย เป็นภาษีที่คิดซ้อนบนอากรอีกชั้นหนึ่ง

อัตราอากรขาเข้าดูได้จากที่ไหน

ขึ้นอยู่กับพิกัดศุลกากรหรือ HS Code ของสินค้าแต่ละรายการ ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์กรมศุลกากร และอาจได้อัตราพิเศษหากมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี

ผู้จดทะเบียน VAT ขอคืนภาษีนำเข้าได้ไหม

ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนำภาษีซื้อจากการนำเข้ามาหักออกจากภาษีขายได้ตามหลักเกณฑ์ปกติ ทำให้ VAT ไม่ใช่ต้นทุนถาวร แต่ยังเป็นภาระเงินสดในช่วงที่ยังไม่ได้คืน

ข้อจำกัดของบทความนี้ เนื้อหาอธิบายหลักการคำนวณเพื่อความเข้าใจทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือกฎหมาย อัตราอากร เงื่อนไขสิทธิพิเศษ และหลักเกณฑ์ทางภาษีเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับกรมศุลกากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านพิธีการก่อนตัดสินใจทางธุรกิจ

อยากได้ราคาที่แตกได้ทุกบรรทัด

ส่งรายการสินค้าที่ต้องการ เราหาให้ทั้งทางในประเทศและนำเข้า พร้อมใบเสนอราคาแบบ Landed Cost

ส่งรายการที่ต้องการ